You are currently viewing จัด 5 อันดับ อินโทรถ่ายทอดสดทุกว้าว ของการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

จัด 5 อันดับ อินโทรถ่ายทอดสดทุกว้าว ของการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

จัด 5 อันดับ อินโทรถ่ายทอดสดทุกว้าว ของการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย จะถูกจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี พร้อมกับมีประเทศที่รับหน้าสื่อเป็นเจ้าภาพ โดยเทคโนโลยีของการถ่ายทอดสดฟุตบอล ที่ริเริ่มในปี 1966 ที่ประเทศอังกฤษ เป็นเจ้าภาพ ได้ทำให้ผู้ที่อยู่แดนไกลสามารถรับเกมการแข่งขันแบบสดๆ พร้อมกับผู้ชมในสนามได้ ฉะนั้นผู้ชมทางบ้านอย่างเราๆ ก็จะทราบตรีมของเจ้าภาพที่ต้องการสื่อถึงประเทศตัวเอง พร้อมเชื่อว่าทุกท่านจะต้องพบเห็นแบบผ่านๆ ตลอด 64 นัด ที่ทุกทีมลงทำการแข่งขัน นั่นคือ อินโทรการถ่ายทอดถ่ายสด

ซึ่งอินโทรการถ่ายทอดสดจะมีตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม พักครึ่ง และจบเกม ทำให้ในวันนี้เราจะมา จัด 5 อันดับ อินโทรถ่ายทอดสดทุกว้าว ของการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย โดยอินโทรที่นำมาในวันนี้จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งไหน และเป็นฟุตบอลโลกในความทรงจำของท่านหรือเปล่า เราไปติดตามดูกันได้เลยด้านล่างนี้


ถ่ายทอดฟุตบอลโลกฟุตบอลโลก2014

ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล

นี่คือการกลับมาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ของชาติจากอเมริกาใต้ในรอบ 36 ปี นั่นจึงทำให้บราซิล เตรียมความพร้อมและหมายมั่นปั้นมือว่าจะคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ให้จงได้ ก่อนที่จะโดนแชมป์ในครั้งนั้นอย่าง เยอรมัน ถล่มเละในรอบรอง 1-7 จนนำมาซึ่งความโศกเศร้าของชาวแซมบ้า

การแข่งขันในครั้งนี้ ใช้ตรีมสีเขียวกับเหลือง ซึ่งเป็นสีหลักของชุดแข่งทีมชาติบราซิล ส่วนตราสัญลักษณ์การแข่งขัน นับว่าสวยงามที่สุดนับตั้งแต่มีฟุตบอลโลกมา เพราะเป็นรูปมือ 3 คน มาประสานกันเป็นถ้วยฟุตบอลโลก

อินโทรการแข่งขันเป็นภาพเสมือนการ์ตูน เริ่มจากเด็กที่ยืนมองภูมิทัศน์ของเมืองแล้วเห็นผู้คนพลุกพล่าน พร้อมกับเด็กผู้ชายอีกมากมายที่กำลังวาดลวดลายของฝีเท้าในการเตะฟุตบอลตามท้องถนน อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอาป่าแอมะซอนเข้ามาร่วมเฟรมด้วย จากนั้นเป็นภาพของผู้คนที่ต่างมีความยินดีและมายืนรอรอบๆ สนามมาราคาน่า ซึ่งเป็นสังเวียนหลักที่มีขนาดใหญ่และยังเป็นสนามระดับตำนาน จนกลายเป็นสมบัติของชาติในหัวใจชาวบราซิล ก่อนจะจบด้วยภาพของสนามอื่นๆ อีก 11 สนาม ที่ใช้รองรับการแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนต์


ถ่ายทอดฟุตบอลโลกฟุตบอลโลก2010

ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้

เจ้าภาพฟุตบอลโลกมักเป็นชาติจากยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และเอเชีย ตามลำดับ นั่นจึงเท่ากับว่านี่คือเจ้าภาพฟุตบอลโลก หนแรกของชาติจากทวีปแอฟริกาใต้ ซึ่งชาติในกาฬทวีปเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพประเทศด้อยพัฒนา ทำให้ไม่มีความพร้อมเพรียงพอที่จะจัดมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ ก่อนที่ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นชาติที่มีความพร้อมและศักยภาพสูงสุด ที่จะสามารถจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้

ฟุตบอลโลกหนนี้มีแต่ปัญหารายรอบไปหมด เพราะการเดินทางของแฟนบอลต้องนั่งรถยนต์ในสภาพเก่าและโทรม โดยไม่มีรถไฟและเครื่องบิน ซึ่งนับว่าลำบากมาก

ขณะที่อีกด้านของฟุตบอลโลกหนนี้ มีอะไรหลายอย่างที่น่าจดจำ ไล่ตั้งแต่ วูวูเซล่า ที่กลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น แม้ว่ามันจะสร้างความรำคาญแก่นักฟุตบอล, ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขัน มีชื่อว่า จาบูลานี ที่หากดูจากรูปลักษณ์แล้วสวยงามมิใช่เล่น แต่มันกลายเป็นฝันร้ายของผู้รักษาประตูกับกองหน้า เพราะวัสดุและพื้นผิว มีความกลมมากเป็นพิเศษ ทำให้การเดินทางของลูกบอลเร็วแรงทะลุนรก ส่วนที่เห็นว่าน่าประทับใจที่สุด คือการคว้าแชมป์สมัยแรกของทีมชาติสเปน ซึ่งตลอดเส้นทางตั้งแต่รอบแรกยันนัดชิง ยิงคู่แข่งไม่เกิน 2 ลูก แถมมีอัตราการเสียประตูที่น้อยมากๆ

คราวนี้มาถึงอินโทรการแข่งขันครั้งนี้ โดยใช้เฉดสีส้ม-ดำ เพื่อสื่อถึงสภาพภูมิประเทศที่แห้งแล้ง ซึ่งเปิดฉากด้วยความเจริญของเมืองหลวงอย่างโจฮันเนสเบิร์ก ที่มีอาคารตึกสูงผุดขึ้นเต็มพื้นที่ จากนั้นก็มีหญิงผิวดำยืนถึงลูฟฟุตบอลจาบูลานี แล้วตะโกนเชียร์ จากนั้นก็มีกองเชียร์อีกมากมายตะโกนตอบ พร้อมกับถือวูวูเซล่าในมือ ก่อนจะตามด้วยการเล่นฟุตบอลในท่วงท่าลีลาต่างๆ และปิดท้ายด้วยตราสัญลักษณ์ของการแข่งขัน ที่เป็นรูปคนตีลังกาเตะฟุตบอล


ถ่ายทอดฟุตบอลโลกฟุตบอลโลก2018

ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

เวลาผ่านไปไม่นาน ชาติจากยุโรปก็กลับมาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอีกครั้ง โดยครั้งนี้รัสเซียเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการจัดการในทุกๆ ด้านไม่มีอะไรที่ต้องติเลยแม้แต่น้อย ส่วนในแง่ของการแข่งขันครั้งนี้ ชาติตัวเต็งที่มีลุ้นคั่วแชมป์ ต่างชิงตัวตกรอบไปก่อน ทำให้ฝรั่งเศสที่เป็นตัวเต็งลำดับท้ายๆ เอื้อมไปคว้าแชมป์สมัยที่ 2 แบบสบายๆ จนอาจกล่าวได้ว่านัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ไม่มีความเมามันเลยแม้แต่น้อย เพราะคู่ต่อกรคือโครเอเชีย ที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในรูปแบบของถ้วยรางวัล

ตรีมการแข่งขันครั้งนี้ จะเน้นการใช้เฉดสีแดงเข้ม ซึ่งมาจากมหาวิหาร ที่จัตุรัสแดง พร้อมกับเฉดสีรอง คือ ฟ้ากับขาว เพื่อสื่อถึงความหนาวเย็น อันเป็นภูมิอากาศของที่นี่

อินโทรการถ่ายทอดสด เปิดด้วยการที่คนรัสเซียเล่นฟุตบอลบนพื้นน้ำแข็ง ก่อนจะมีจะสถานที่สำคัญของรัสเซียโผล่เข้ามา พร้อมกับการฉายเงาภาพที่เป็นจังหวะดีใจของนักเตะ ก่อนจะตามด้วยการสื่อถึงเทคโนโลยีอวกาศ และปิดท้ายด้วยการกรุเป็นถ้วยฟุตบอลโลก สีเหลืองทองอร่าม


ถ่ายทอดฟุตบอลโลกฟุตบอลโลกปี1990

ฟุตบอลโลกปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี

ฟุตบอลโลกหนนี้ สำหรับเด็กรุ่นใหม่อาจไม่มีความผูกพัน ซึ่งนับว่าโชคดีแล้ว เพราะหากย้อนกลับไปดูเกมการแข่งขัน จะพบว่าเกือบทุกทีมเน้นการเล่นแผนรถบัส เพราะกลัวความพ่ายแพ้ จนค่าเฉลี่ยการยิงประตูจะมีเพียง 1 ประตู เป็นอย่างน้อยเท่านั้น โดยสำหรับแฟนบอลที่รับชมต่างต้องเผชิญกับอาการง่วงเหงาหาวนอน เพราะรูปแบบการเล่นไม่บันเทิงสาย เอาเสียเลย กระทั่งจบทัวร์นาเมนต์ไป แฟนบอลในยุคนั้นต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่านี้ คือ ฟุตบอลโลกที่น่าเบื่อและน่าผิดหวังที่สุด

อินโทรในการแข่งขันครั้งนี้ใช้เพลง To Be Number One มาเปิดประกอบ ซึ่งสามารถตามไปหาฟังกันได้ในยูทูป โดยมีทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาอิตาลี

ส่วนภาพในอินโทร จะมาในเฉดสีน้ำตาล เพื่อสื่อถึงความเก่าแก่ของอารยธรรมโรมัน โดยมีลูกฟุตบอลเทลสตาร์ กลิ้งรอบโลก ไปยังประเทศอิตาลี สถานที่สำคัญ ศิลปวิทยาการในยุคสมัยใหม่ แล้วมีธงสมาชิกของกลุ่มอียู ก่อนจบด้วยธงชาติของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน


ถ่ายทอดฟุตบอลโลกฟุตบอลโลกปี1986

ฟุตบอลโลกปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก

ฟุตบอลโลกหนนี้ต้องย้อนกลับไปไกล ซึ่งเด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยมีความผูกพันด้วย แต่หากถามคนรุ่นน้า คงต้องพูดถึงจังหวะ “แฮนด์ ออฟ ก็อด” ของ ดิเอโก้ มาราโดนา ที่ทำใส่ทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะกรุยทางไปถึงรอบชิง แล้วจัดการเฉือนเยอรมันตะวันตกช่วงท้ายเกม ทำให้คว้าแชมป์สมัยที่ 2 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ตรีมการแข่งขันครั้งนี้ใช้เฉดสีเขียว ซึ่งเป็นสีเดียวกับเสื้อทีมชาติของจังโก้ โดยอินโทรการถ่ายทอดสดจะเป็นภาพเสมือนการ์ตูนที่เราดูกันในวัยเด็กๆ เริ่มจากธงชาติของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จากนั้นจะเป็นการใช้ลูกเล่นและเฉดสีต่างๆ เป็นรูปคน รูปแผนที่ประเทศแม็กซิโก และอื่นๆ

โดยอินโทรของฟุตบอลโลก ที่ประเทศเม็กซิโก้ อาจไม่มีอะไรที่สื่อถึงประเทศตัวเอง หรือสื่อถึงฟุตบอลโลก แต่ที่ติดอันดับมาในครั้งนี้ เพราะไอเดียและความคิดสร้างสรรค์


สำหรับอินโทรการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่คัดเลือกมาจัด 5 อันดับในวันนี้ สำหรับคนรุ่นลายครามที่อายุ 40 ปีขึ้นไป คงจะเป็นการย้อนวันวานถึงเกมนัดสำคัญ กับสถานที่ที่เคยดู หรือกับบุคคลที่นั่งชมด้วย ส่วนเด็กรุ่นใหม่ อาจมีความผูกพันในเฉพาะครั้งหลังๆ แต่ก็สามารถย้อนกลับไปดูได้ตามสื่อโซเชียลที่มีอยู่มากมาย ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเราอาจหลงรักความคลาสสิคก็เป็นได้